วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562

หมู่เกาะสิมิลัน

หมู่เกาะสิมิลัน-จังหวัดพังงา

สวัสดีค่ะ  ดิฉันจะมาเเนะนำที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยเเละทำความรู้จักกับสถานที่ที่มีความสวยงามเเละยังเป็นที่นิยมในงานท่องเที่ยวอีกด้วย นั้นคือ หมู่เกาะสิมิลัน


หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอตของเมืองไทย เพราะมีทะเลสีฟ้าใสราวกับคริสตัล ทรายขาวสะอาด และบรรยากาศที่เงียบสงบ น่าพักผ่อน 

 ร้อน... ร้อน... ร้อน... นับวันอากาศบ้านเราดูเหมือนจะร้อนขึ้นทุกวันๆ แถมอุณหภูมิก็ดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้เราต้องหาวิธีคลายร้อนกันหน่อยแล้ว งั้น...ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทะเลดับร้อนกันที่ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน" หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันที่เป็นเลิศในด้านความงามของปะการังใต้ท้องทะเล อยู่ที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 

สำหรับคำว่า "สิมิลัน" เป็นภาษายาวีหรือมลายู แปลว่า เก้าหรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 11 เกาะ ได้แก่ เกาะหูยง (เกาะหนึ่ง), เกาะปายัง (เกาะสอง), เกาะปาหยัน (เกาะสาม), เกาะเมียง (เกาะสี่), เกาะห้า, เกาะหก, เกาะปายู (เกาะเจ็ด), เกาะสิมิลัน (เกาะแปด), เกาะบางู (เกาะเก้า), เกาะตาชัย และเกาะบอน มีที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันอยู่ที่เกาะเมี่ยงเพราะเป็นเกาะที่มีน้ำจืด 

          หมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงามทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลายชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก เช่น กระเบนราหู ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาไหลมอนเร่ ปลาการ์ตูน 


 หากใครคิดจะไปเที่ยวที่ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน" ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนช่วงเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี 


 เอาล่ะ !! ได้เวลามาดูสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันกันแล้ว
          เริ่มกันที่ "เกาะสิมิลัน" ก่อนเลยแล้วกัน... เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้ว "เกาะสิมิลัน" เนี่ย มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เกาะแปด" เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่ม น้ำทะเลสีใสน่าเล่น แถมใต้ท้องทะเลยังมีปะการังสวยงามหลากหลายชนิด ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังใบไม้ ปะการังสมอง ปะการังดอกเห็ดขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ กัลปังหา พัดทะเล กุ้งมังกร และปลาประเภทต่างๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น ส่วนทางด้านเหนือของเกาะนั้นก็มีก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตาชวนให้แปลกใจ เช่น หินรูปรองเท้าบูท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล (ว้าว...) 


 ต่อกันที่ "เกาะบางู" หรือ "เกาะเก้า" เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีโขดหินรูปลักษณะต่างๆ โดยเฉพาะที่จุดดำน้ำ "กองหินคริสมาสพอยต์" เป็นกองหินใต้น้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามสลับซับซ้อนกันเป็นบริเวณกว้าง จะมีแนวปะการัง และกัลปังหาที่สมบูรณ์ และยังเป็นที่อยู่ของปลาหลากชนิด เช่น ปลาไหลริบบิ้น ฉลามครีบเงิน ปลาเก๋า ปลาบู่ กั้งตั๊กแตน... ถูกใจนัก (ชอบ) ดำน้ำนักแหละ

          "เกาะหัวกะโหลก-หินปูซา" หรือ "เกาะเจ็ด" เป็นเกาะที่มีลักษณะเหมือนรูปหัวกะโหลก สภาพใต้น้ำสวยงามเหมือนหุบเขาใต้ทะเลที่เต็มไปด้วยปะการังอ่อน กัลปังหารูปพัดหลากสีสัน ฝูงปลานานาพันธุ์ และยังสามารถพบปลากระเบนราหู หรือฉลามวาฬได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่เกาะสิมิลัน 

          "เกาะหูยง" หรือ "เกาะหนึ่ง" เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีหาดทรายขาวสะอาด และยาวมากที่สุดในเก้าเกาะ มักจะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เห็นร่องรอยของเต่าที่ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดคล้ายกับรอยตีนตะขาบเล็กๆ
          "เกาะเมี่ยง" หรือ "เกาะสี่" เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองจากสิมิลัน เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เพราะมีแหล่งน้ำจืด ชายหาดที่เกาะสี่จะมีสีขาวละเอียดเนียนสวยงามน่าสัมผัส น้ำทะเลใส บนเกาะสี่จะมีสัตว์ที่หาดูได้ยาก เช่น ปูไก่ ที่มีลำตัวเป็นสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ จะเห็นได้ในช่วงหัวค่ำที่มันออกหากิน นกชาปีไหน เป็นนกประจำถิ่นขนาดใหญ่ตระกูลเดียวกับนกพิราบป่า มีสีสันและลวดลายบนตัวที่งดงาม จะพบได้ตามริมชายหาด หรือร้านอาหารหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และปูเสฉวน ที่มีมากมายหลายขนาดทั้งเล็กและใหญ่ 

          อย่างไรก็ตาม บริเวณรอบ ๆ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ยังมีบริเวณดำน้ำที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกมากมาย ทั้งจุดดำน้ำลึกอย่าง "เกาะตาชัย" ที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของอุทยาน คุณจะได้พบกับปลาสาก ปลาค้างคาว ปลากระเบนราหู ฉลามวาฬ "เกาะบอน" อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะสิมิลัน คุณจะได้พบกับฉลามครีบขาว ปลากระเบนราหู ฉลามกบ "กองหินคริสต์มาสพอยต์" จะพบปลาไหลริบบิ้นสีฟ้า กั้งตั๊กแตน "กองหินแฟนตาซี" อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแปด เป็นจุดรวมของหินดอกไม้ ปะการัง กัลปังหา สัตว์น้ำหลากชนิด ส่วนจุดดำน้ำตื้น ได้แก่ อ่าวลึก อ่าวกวางเอง เป็นต้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมดำน้ำ สามารถติดต่อบริษัทดำน้ำในจังหวัดภูเก็ตและพังงาได้เลยค่ะ




การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
          ท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายพังงา - ตะกั่วป่า และเป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้อุทยานฯ ที่สุด ประมาณ 40 กิโลเมตร จากท่าเรือทับละมุใช้เวลาในการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง มีเรือให้เช่าหลายขนาด สำหรับ 30 คน ราคาประมาณ 10,000 บาท และ 40 คน ราคาประมาณ 12,000 บาท และใกล้ๆ บริเวณท่าเรือทับละมุมีที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน มีเรือขนาด 80 คน ราคา 2,300 บาท/คน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้) 

          ท่าเรือคุระบุรี อำเภอคุระบุรี อยู่ห่างจากหมู่เกาะสิมิลัน 70 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท

          ท่าเรือหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ก็สามารถเดินทางไปอุทยานฯได้ ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต หรือเดินทางโดยเรือท่องเที่ยวของบริษัทเอกชน

ที่พัก 

          อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน มีบริการบ้านพักเป็นเรือนแถว พักได้ห้องละ 4 คน จำนวน 10 ห้อง ราคา 600 บาท พักได้ 2 คน จำนวน 5 ห้อง ราคา 1,000 บาท มีบริการเต็นท์ให้เช่า หลังละ 100 – 300 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 40 บาท/คืน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าขึ้นเกาะ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท 


ที่มา;หมู่เกาะสิมิลัน

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562

พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

 สวัสดีค่ะ  ดิฉันจะมาเเนะนำที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยเเละทำความรู้จักกับสถานที่ที่มีความสวยงามเเละยังเป็นที่นิยมในงานท่องเที่ยวอีกด้วย นั้นคือ พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม
  

พระธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีวอกและผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการ ขุดค้นทางโบราณคดี ลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200–1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะ ของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอมและได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร” พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนม เท่านั้นยังเป็นที่ เคารพของ ชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือ เป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว

ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและ ประจวบ กับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และ รัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุ ขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุใน องค์พระธาตุแล้ว ยังมี ของ มีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุ มีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งานนมัสการองค์พระธาตุ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี  

วัดพระธาตุพนม เป็นวัดวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ถือเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ถึงคราวพระราชพิธีราชาภิเษกทุกรัชกาลมา จะต้องนำน้ำจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ไปร่วมพิธีด้วยเพื่อประกอบพิธีมุรธาภิเษก และเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือ ว่าเป็น วันขึ้นปีใหม่ ตามประเพณีเดิม จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานต้นไม้ ทอง เงิน น้ำอบและผ้าคลุมส่งไปนมัสการ พระธาตุพนมทุกปี และเมื่อถึงเทศกาลเข้าปุริมพรรษา ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนพรรษาเป็นพุทธบูชาทุกปีมา งานนมัสการ พระธาตุพนมประจำปี ถือเอาวันขึ้น 10  ค่ำ เดือน 3  ของ ทุกปีเป็นวันแรกของงานไปสิ้นสุดเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3

การเดินทางไปวัดพระธาตุนครพนม
1.โดยรถยนต์
จากอำเภอเมืองนครพนมเดินทางมาทางทิศใต้ตามเส้นทางหลวง 212 ประมาณ 50 กิโลเมตร ถึงอำเภอธาตุพนม
2.โดยรถประจำทาง
จากกรุงเทพมีรถโดยสารไปยังอำเภอธาตุพนมโดยตรง หรือจากสถานีขนส่งนครพนม มีรถโดยสารไปอำเภอธาตุพนม





เที่ยวเขาใหญ่

เที่ยวเขาใหญ่

     สวัสดีค่ะ  ดิฉันจะมาเเนะนำที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยเเละทำความรู้จักกับสถานที่ที่มีความสวยงามเเละยังเป็นที่นิยมในงานท่องเที่ยวอีกด้วย นั้นคือ เที่ยวเขาใหญ่
  
เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา สถานที่น่าพักผ่อน อากาศดี เพราะมีแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ป่าเขาวิวทิวทัศน์สวยงาม แถมมี ที่เที่ยวเขาใหญ่ มากมายให้เดินเล่น ใครแวะไปเขาใหญ่อย่าลืมแวะไปถ่ายภาพเพลินๆ กับที่เที่ยวสุดชิลล์




   

    ที่เที่ยวหน้าหนาว เขาใหญ่ สัมผัสความสุขในช่วงหน้าหนาว ท่ามกลางธรรมชาติแสนอบอุ่น

    ช่วงนี้ก็เริ่มเข้าปลายฤดูฝน เข้าต้นฤดูหนาวกันแล้ว Sanook Travel ก็ขอแนะนำสถานที่เที่ยวหน้าหนาวที่น่าสนใจ นั่นก็คือ เขาใหญ่ เรียกได้ว่า เป็น อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และก็นับว่าเป็นผืนป่าใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร มากที่สุดด้วย โดยเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ที่มีความหลากหลาย มากสไตล์ ในเรื่องธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และเกษตรกรรม โดยได้รวบรวมสถานที่กิน เที่ยว ช้อป ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคลด้วย
     โดยจะมีถนนเส้นหลักที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ ถนนธนะรัชต์ ที่เป็นเส้นทางแห่งความสุข มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และ ยังสร้างสีสันความบันเทิงให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้ตลอดเส้นทาง และไม่ว่าคุณจะเคยมาเที่ยวที่เขาใหญ่แห่งนี้สักกี่ครั้ง เราก็เชื่อว่าคุณก็จะได้พบกับความแปลกใหม่ของสถานที่แห่งนี้อยู่ตลอดเวลา

      สำหรับ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มี อาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวด้วยกัน 4 จังหวัด คือ 1. อำเภอมวกเหล็ก 2. อำเภอแก่งคอย 3. จังหวัดสระบุรี, 4.อำเภอปากช่อง 5.อำเภอวังน้ำเขียวจังหวัดนครราชสีมา, 1. อำเภอนาดี 2. อำเภอกบินทร์บุรี 3. อำเภอประจันตคาม 4. อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และ 1. อำเภอปากพลี 2. อำเภอบ้านนา 3. อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
โดยเมื่อปี 2548 ก็ได้รับการประกาศให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์การยูเนสโก พร้อมได้รับการบันทึกสถิติไว้ว่า เป็นแหล่งที่มีอากาศบริสุทธ์ 1 ใน 7 ของโลก และด้วยสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดปีของที่นี่ ได้มีผู้นำองุ่นพันธุ์ที่ใช้ทำไวน์ชนิดต่างๆ มาเพาะปลูกเป็นไร่ขนาดใหญ่ เพื่อทำอุตสหกรรมไวน์หลายแห่ง และ ก็เปิดเป็นรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาดื่มด่ำกับบรรยากาศไร่องุ่นสไตล์เมดิเตอเรเนียน หรือ ทางยุโรปตอนใต้นั่นเอง
และทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ แหล่งช็อปปิ้งพักผ่อนหย่อนใจ ในสไตล์ยุโรปอีกมากมายก็เกิดขึ้นตามมาเป็นทิวแถวตลอดแนว ถนนธนะรัชต์ และ ยังมีถนนรอบๆ เขาใหญ่ เกือบทุกสาย คู่หูเดินทางฉบับนี้ จึงอยากจะขออัพเดทมนต์เสน่ห์แห่งความสุข ณ เขาใหญ่ สถานที่ที่มีมนต์ขลังแห่งนี้

หากนักท่องเที่ยวต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ก็สามารถติดต่อของกางเต้นท์ได้ที่ จุดกางเต๊นท์น้ำตกผากล้วยไม้ 1.มีห้องน้ำ 2.ลานจอดรถ และ 3.ลานกางเต้นท์ ที่สะดวกสบาย โดยจากจุดนี้ ถ้าหากเดินเท้าลัดเลาะไปตามห้วยลำตะคอง ผ่านป่าดงดิบตลอดทาง ประมาณ 1.2 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตก จึงมีลักษณะเป็นผาไม่สูงนัก น้ำตกแห่งนี้ ก็ยังมีกล้วยไม้หลายชนิดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะมีกล้วยไม้หวายแดง ที่จะออกดอกช่วงเดือนเมษายน หากเดินเลาะไปตามโขดหินอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะพบน้ำตกชั้นใน ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน
และถ้าหากเดินเลาะมาตามห้วยลำตะคองเรื่อยๆ ก็จะมาทะลุถึงน้ำตกเหวสุวัตได้ สำหรับสถานที่กางเต็นท์นั้น มีลานกางเต็นท์ ไว้ตามจุดต่างๆ ซึ่งมีเต็นท์ให้เช่า โดยการสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้กับอุทยานฯ โดยตรง นอกจากที่กางเต๊นท์แล้ว
ทั้งนี้ทางอุทยานฯ ยังมีบริการ 1.ที่พัก 2.มีบ้านพักเดี่ยว 3.บ้านพักเรือนแถว เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว จำนวน 4 โซน ได้แก่ โดยโซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โซนบนเขา - จุดชมวิว โซนค่ายสุรัสวดี และ โซนบ้านธนะรัชต์ ในการมาพักแรมที่อุทยานฯ นี้ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเตรียมอาหารมาเอง เพราะว่ามีร้านอาหารให้บริการ ตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00 น. ในวันจันทร์ - ศุกร์ และเวลา 07.00 - 21.00 น. ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ถึง 5 แห่งด้วยกัน นั่นคือ 1.บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, 2.บริเวณจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้, 3.บริเวณจุดกางเต็นท์ลำตะคลอง, 4.บริเวณน้ำตกเหวสุวัต, 5.บริเวณน้ำตกเหวนรก พร้อมสุขา สาธารณะบริการตามจุดบริการนักท่องเที่ยว และบริเวณลานกางเต็นท์

นอกจากนี้ทางอุทยานฯ เขาใหญ่ ก็ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เขาร่ม เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, เขาแหลม, เขาเขียว, เขาสามยอด, เขาฟ้าผ่า, เขากำแพง, เขาสมอปูน, เขาแก้ว, น้ำตกเหวนรก, จุดชมวิวผาเดียวดาย, จุดชมวิวผาตรอมใจ, หอดูสัตว์หนองผักชี, หอดูสัตว์คลองปลากั้ง, จุดชมวิว กม.30,



เที่ยวเกาะเสม็ด

เกาะเสม็ด

      สวัสดีค่ะ  ดิฉันจะมาเเนะนำที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยเเละทำความรู้จักกับสถานที่ที่มีความสวยงามเเละยังเป็นที่นิยมในงานท่องเที่ยวอีกด้วย นั้นคือ เกาะเสม็ด



    เกาะเสม็ด เกาะสวย น้ำใส แห่งระยอง.. ใครที่กำลังจะไปเที่ยว เกาะเสม็ด แต่ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางไปยังไง หรือว่าต้องวางแผนการเดินทางยังไงลองมาชมกระทู้นี้ เป็นแนวทางกันเลย
วันเสาร์ - อาทิตย์นี้ เราขอตามหนุ่มน้อย สมาชิก 1089170  แห่งบ้านหลังสีฟ้าชื่อดัง ที่เป็นมือใหม่หัดรีวิว ที่ได้ออกเดินทางไปเที่ยวเกาะทางภาคตะวันออกในจังหวัด ระยอง อย่าง เกาะเสม็ด กันค่ะ เกาะที่ยังคงมีความสวยงามและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ อย่ารอช้าเลยจ้ะ ตามน้องเค้าไปเที่ยวกันเลยดีกว่า
ผมเป็นคนเที่ยวมานาน แต่ไม่เคยได้ทำรีวิวสักที่ เป็นกระทู้แรกผิดถูกขออภัยด้วยครับ

ถ้าหากพูดถึงเกาะเสม็ด..

ทุกคนคงได้ยินแต่ยังไม่เคยไปสักทีจนโอกาสดีมีแก๊งพี่ๆ ชวนผมติดรถไปด้วย เรื่องเที่ยวขอให้บอก

วิธีการเดินทางไป เกาะเสม็ด

1. การเดินทางโดย รถยนต์ส่วนตัว
1.1 เส้นทางแรก ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบางปู อำเภอบางปะกง จังหวัดชลบุรี บางแสน ศรีราชา พัทยา หาดจอมเทียน สัตหีบ อำเภอบ้างฉาง ไปจนถึงอำเภอเมือง จังหวัดระยอง รวมระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร
1.2 เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนบางนา-ตราด) เริ่มจากตรงจุดสิ้นสุดทางด่วนด่านเฉลิมนคร อำเภอบางนา ผ่านอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3 ที่กิโลเมตรที่ 70 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากนั้นก็จะผ่านเส้นทางเดียวกันกับเส้นทางที่ 1 รวมระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร
1.3 เส้นทางที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 36 (บายพาส 36) จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 2 จนถึงกิโลเมตรที่ 140 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 36 จากนั้นให้เดินทางต่อไปยังจังหวัดระยองด้วยระยะทาง 70 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 210 กิโลเมตร
1.4 เส้นทางที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 344 (ถนนสายบ้านบึง-แกลง) เริ่มจากจังหวัดชลบุรี ผ่านอำเภอบ้านบึง หนองใหญ่ อำเภอวังจันทร์ และสิ้นสุดที่อำเภอแกลง เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร (กรุงเทพฯ-ชลบุรี 80 กิโลเมตร) เส้นทางเส้นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังแหล่งที่องเที่ยวในเขตอำเภอแกลง หรือเดินทางไปยังจังหวัดจันทบุรี หรือจังหวัดตราด และหากต้องการที่จะเดินทางเข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 โดยย้อนกลับมาอีกประมาณ 42 กิโลเมตร
1.5 เส้นทางที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 7 (สายมอเตอร์เวย์) เริ่มจากถนนพัฒนาการ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ไปสิ้นสุดที่ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 75 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 36 เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร จนถึงอำเภอเมือง จังหวัดระยอง รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 175 กิโลเมตร
2. การเดินทางโดย รถโดยสารสาธารณะ
จาก สถานีขนส่งสายตะวันออก ( เอกมัย) มีรถประจำทางไปยังตัวจังหวัดระยอง และอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดหลายเส้นทาง ได้แก่
สายกรุงเทพฯ - ระยอง, บ้านเพ, แกลง, แหลมแม่พิมพ์, มาบตาพุด, ประแสร์ เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2391 2504

สถานีเดินรถโดยสาร จังหวัดระยอง
โทร. 0 3861 137 9

และมีบริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ เส้นทางสายด่วน มอเตอร์เวย์ ได้แก่ บริษัท ระยอง ทัวร์
โทร. 0 2712 3662
สาขาระยอง โทร. 0 38 86 1 354-5

จาก สถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถ ธรรมดา และรถปรับอากาศชั้น 2 หมอชิต- ระยอง ออกทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 04.30-16.30 น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2841

ส่วนรถปรับอากาศสายด่วน วิ่งเส้นบางนา-ตราด ออกตั้งแต่เวลา 04.30-21.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระยองทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2 936 1216 สาขาระยอง โทร. 0 3886 1354-5



3. การเดินทางจากบ้านเพไป เกาะเสม็ด
จากท่าเรือบ้านเพ มีเรือโดยสารบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (รอผู้โดยสารอย่างน้อยประมาณ 20 คนจึงออกเรือ) ค่าโดยสารระหว่างบ้านเพ-หาดทรายแก้ว (ท่าเรือหน้าด่าน)
ไป-กลับ 100 บาท เรือเมล์ 8.00 - 16.00 น.ใช้ เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที
4. เรือ speed boat
ราคาประมาณ 1,500 - 2,600 บาทต่อเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมงขึ่นอยู่กับจำนวนคนและขนาดของเรือ (รายละเอียดด้านล่าง) จากบ้านเพไปหาดต่างๆ ถ้าท่านพลาดเรือที่ไปยังอ่าวๆต่างๆที่ออกเป็นเวลาท่านสามารถนั่งเรือมาลงท่าเรือหน้าด่าน ค่าโดยสารประมาณ 50 บาทต่อคนใช้เวลาประมาณ 40 นาที ที่นี่มีบริการรถสองแถวและมอเตอร์ไซต์ ไปยังหาดต่างๆ ราคาขึ้นอยู่ระยะทางไปหาดนั้นๆ จากบ้านเพ-อ่าววงเดือน และะมีเรือออกเวลา 9.30 , 13.30 , 15.30 น. (ท่าเรือสะพานใหม่)ไป-กลับ 120 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ท่าเรือนวลทิพย์ โทร. 0 3865 1508, 0 3865 1956
5. การเดินทางบน เกาะเสม็ด
บนเกาะเสม็ดมีถนนสายเดียวเป็นทั้งคอนกรีตบ้างสลับกับลูกรังและดิน สองแถวดูจะเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด อัตราค่าโดยสาร หาดทรายแก้วคนละ 10 บาท เหมา 100 บาท อ่าวไผ่คนละ 20 บาท เหมา 150 บาท อ่าวพร้าว อ่าววงเดือนคนละ 30 บาท เหมา 200 บาท อ่าวหวาย อ่าวเทียน 40 บาทต่อคน เหมา 300-400 บาท อ่าวกิ่วคนละ 50 บาท เหมา 500 บาท
สำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการจญภัยและสนใจมอเตอร์ไซต์เช่า ขับไม่คล่องอย่าลองจะดีกว่าเพราะสภาพถนนเป็นดินสลับหินและลาดชัน ราคาเริ่มต้น 300 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับการต่อรอง

เที่ยววัดหวังต้าเซียน (ฮ่องกง)

วัดหวังต้าซียน

    
   สวัสดีค่ะ  ดิฉันจะมาเเนะนำที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนเเละทำความรู้จักกับสถานที่ที่มีความสวยงามเเละยังเป็นที่นิยมในงานท่องเที่ยวอีกด้วย นั้นคือ วัดหวังต้าเซียน (ฮ่องกง)




     วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบเซนที่งดงาม และสงบเงียบ ใบไม้ใบหญ้าได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน วัดจีนขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศฮ่องกง (ฝั่งแผ่นดินใหญ่) อยู่ถนนหวังต้าเซียน ย่านชักอัน ประเทศฮ่องกง ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าจีนหลายองค์อย่างเทพเจ้าหลักของวัดคือเทพหวังต้าเซียน แต่เป้าหมายของคนโสดอยากมีคู่ไม่ใช่การขอความรักจากเทพเจ้าองค์นี้แต่อย่างใด แต่เป็นการเดินมาข้างๆ ซึ่งจะมีศาลกลางแจ้งของเทพเจ้าด้ายแดง หรือเทพเจ้าหยกโหลว เป็นรูปปั้นสีทองมีเสี้ยวพระจันทร์อยู่ด้านหลังประทับอยู่ ซึ่งชาวจีนต้องมาขอพรความรักกันที่นี่ โดยการขอพรกับเทพเจ้าองค์นี้ต้องใช้ด้ายแดงผู้นิ้วเอาไว้ไม่ให้หลุดระหว่างพิธี


    
เพราะชาวจีนเชื่อว่าด้ายแดงนี่แหละคือเส้นโยงโชคชะตาด้านความรัก การขอพรเรื่องความรักกับเทพหยุคโหลวที่วัดหวังต้าเซียน ด้วยการผูกด้ายแดง ซึ่งทำได้ทั้งคนโสด และ คนมีคู่แล้ว คนโสดก็เป็นการขอพรให้เจอเนื้อคู่ ส่วนคนมีคู่ ก็จะช่วยทำให้มีความรักที่มั่นคงและยืนยาว เทพเจ้าหยุคโหลว หรือที่รู้จักกันในนามเทพเจ้าแห่งจันทรา หรือผู้เฒ่าแห่งดวงจันทร์ (The Old Man from The Moon)เทพเจ้าแห่งความรัก และการแต่งงาน ตามตำนานเล่าว่าหลังจากที่ภรรยาผู้เฒ่าเสียชีวิต ก็ได้ขึ้นไปอยู่บนสรวงสรรค์ ผู้เฒ่าก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาเพื่อขอให้ทวยเทพประทานพรให้เขาได้ขึ้นไปอยู่กับคนรัก จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ คอยทำหน้าที่จดรายชื่อคู่รัก


  จึงเชื่อกันว่าสมุดที่ผู้เฒ่าถือในมือ คือบัญชีรายชื่อคู่รักที่จะได้รับคำอวยพรให้อยู่คู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งจะปรากฏตัวยามค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ เป็นเทพเจ้าผู้เป็นอมตะที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ และลงมาโลกมนุษย์เพื่อผูกด้ายดวงชะตาระหว่างคู่รักซึ่งเมื่อคู่กันแล้วก็จะไม่แคล้วคลาดกัน  เทพหยุคโหลว ที่วัดหวังต้าเซียน จะเป็นจุดไหว้จุดที่ 4 ต่อจากการไหว้ศาลเจ้าที่ เมื่อไปถึงจะเห็นรูปปั้นของเทพหยุคโหลวอยู่ตรงกลาง เมื่อหันหน้าเข้าหาเทพหยุคโหลว จะพบรูปปั้นเจ้าบ่าว อยู่ทางขวา และรูปปั้นเจ้าสาวอยู่ทางซ้าน โดยมีด้ายแดงผูกโยงจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมาที่เทพหยุคโหลว
   สำหรับผู้ชาย : ให้ไหว้ที่องค์ท่านเทพ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั่นเจ้าบ่าว ให้ไปอธิษฐานขอคู่ที่ตรงนั้น เมื่อเสร็จแล้วให้ไหว้ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั้นเจ้าสาว ใช้มือลูบที่เท้าเจ้าสาว 3 ครั้ง โดยที่มือที่ทำเป็นรูปตามป้ายห้ามคลายเด็ดขาด หลังจากนั้นให้ปล่อยมือออกได้ แล้วใช้ด้ายแดงผูกไว้ที่เชือก เป็นอันเสร็จขั้นตอน
มีความเชื่อว่าไหว้ขอพรเรื่องความรักดีแล้ว ที่นี่เชียมซีก็แม่นสุดๆค่ะ  โดยผู้ที่ศรัทธาตามหารักแท้ สามารถหาซื้อยันต์เพื่อบูชาองค์เทพไว้สำหรับติดกระเป๋า ได้จากทางร้านขายเครื่องรางด้านหน้าวัดหวังต้าเซียน เมื่อท่านได้ยันต์มาแล้ว ให้ท่านเดินมาไหว้องค์เทพโดยบอกชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด และสิ่งที่ท่านต้องการกับองค์เทพ และขอประทานพรให้ท่านสมหวังในสิ่งที่ขอ เป็นวัดลัทธิเต๋าแห่งแรกของโลก เป็นที่สถิตของหวังต้าเซียน ท่านมีฉายาที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ท่านขอมาเราจัดให้ คนฮ่องกงนิยมมาขอพรเรื่องสุขภาพ และที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้คือ เสี่ยงเซียมซีคนฮ่องกงบอกว่าแม่นเหมือนตาเห็นเลย





เทียววัดพระเเก้ว กรุงเทพมหานคร

วัดพระเเก้ว


วัสดีค่ะ  ดิฉันจะมาเเนะนำที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยเเละทำความรู้จักกับสถานที่ที่มีความสวยงามเเละยังเป็นที่นิยมในงานท่องเที่ยวอีกด้วย นั้นคือ วัดพระเเก้ว


  

     วัดพระเเก้ว เรียกว่าเป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย สำหรับ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว พระอารามหลวงชั้นพิเศษ ที่ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐาน พระมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต รวมถึงใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ เพราะฉะนั้น กระปุกท่องเที่ยวเลยจะพาเพื่อน ๆ ไป เที่ยววัดพระแก้ว ยลโฉมความงดงามของ วัดพระแก้ว วัดคู่บ้านคู่เมืองของกรุงรัตนโกสินทร์กันค่ะ



ประวัติวัดพระแก้ว

          เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เสร็จขึ้นครองราชสมบัติ ในปี พ.ศ. 2325 ได้ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2325 โดยมีที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับพระราชวังเดิม ของกรุงธนบุรี

          ซึ่งพระบรมมหาราชวังนี้มีเนื้อที่ 152 ไร่ 2 งาน รวมความยาวโดยรอบสี่ด้านกำแพง ได้ทั้งหมด 1,910 เมตร ประกอบไปด้วยป้อมปราการ กับประตูพระราชวังโดยรอบ ภายในของพระบรมมหาราชวัง แบ่งเป็นสี่ส่วน คือ พระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นกลาง พระราชฐานชั้นใน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

          ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อยู่ในบริเวณวังเหมือนกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระอารามหลวง ในเขตวังนี้นับเป็นแบบธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาแต่โบราณ

          สำหรับ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้เป็นที่ประดิษฐาน "พระแก้วมรกต" รวมถึงเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล โดยเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เพราะมีแต่ส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส



เที่ยววัดพระธาตุดอยคำ

วัดพระธาตุดอยคำ


    
      สวัสดีค่ะ  ดิฉันจะมาเเนะนำที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยเเละทำความรู้จักกับสถานที่ที่มีความสวยงามเเละยังเป็นที่นิยมในงานท่องเที่ยวอีกด้วย นั้นคือ วัดพระธาตุดอยคำ



       
    วัดพระธาตุดอยคำ แต่เดิมชื่อ วัดสุวรรณบรรพต เป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านการขอพร บนบาน และเป็นวัดที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บริเวณดอยคำ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร บนวัดพระธาตุดอยคำ มีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองเชียงใหม่ สนามบินเชียงใหม่ นอกจากนี้ยามค่ำคืนเมื่อมองขึ้นไปบนพระธาตุดอยคำจะเห็นองค์พระธาตุเหลืองอร่ามสว่างไสว ซึ่งมีความงดงาม


    ประวัติวัดพระธาตุดอยคำ
     สร้างในรัชสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 1230 ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดดอยคำ”
พ.ศ. 2509 ขณะนั้นวัดพระธาตุดอยคำเป็นวัดร้าง ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ(เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ พระธาตุดอยคำนอกจากจะเป็นที่สักการบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตา ก่อนที่จะนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ ด้วยเหตุผลประการนี้การบินไทยก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบูรณะวัด
     หลวงพ่อทันใจ แห่งวัดพระธาตุดอยคำ ซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัย พญากือนา กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์หลายต่อหลายครั้งที่มีผู้เดินทางมาขอพร บนบาน แล้ว ประสบความสำเร็จ เช่นถูกหวยรางวัลใหญ่ การงานสำเร็จ และได้เดินทางกลับมาถวายดอกมะลิเพื่อแก้บน (ความเชื่อส่วนบุคคล) จากข่าวที่ผู้เขียนเคยอ่านมาบางคนแก้บนด้วยดอกมะลิแสนพวงก็มี
     การเดินทางขึ้นไปวัดพระธาตุดอยคำ มี 2 ทาง คือ ทางซ้ายจะเป็นทางขึ้นโดยรถยนต์ ส่วนทางขวาจะเป็นทางเดินขึ้นโดยบันได