วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เมืองเอีย ประเทศกรีซ

เมืองเอีย ประเทศกรีซ


สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปเที่ยวเเละทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวในกรีซหลายคนอาจรู้จักกันดีเลยค่ะ นั้นคือ เมืองเอีย ประเทศกรีซ






          เอีย วิลเลจ มีขนาดประมาณ 19.4 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอาศัยอยู่ราว 1,230 คน อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ก็คือสถาปัตยกรรมสไตล์ไซดลาดิกอันโดดเด่น ที่มีรูปทรงเหมือนบ้านชาวกรีกสมัยเก่าในนิยาย ซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางไปสัมผัสกับความงดงามนี้ 

          โดยเฉพาะการได้ออกไปเดินสำรวจตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ชมความน่ารักน่าชังของอาคาร บ้านเรือน ร้านค้า และโบสถ์ ซึ่งทั้งหมดจะสร้างด้วยอิฐทาสีขาวโพลน ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ดอกไม้นานาพรรณสีสันสวยงามช่างดูสดใส แถมยังตั้งลดหลั่นตามหน้าผาสูงชัน ยิ่งเพิ่มความน่ามองให้กับหมู่บ้านเอียเข้าไปอีก


          และหากคุณมีโอกาสได้ไปลองเที่ยวที่หมู่บ้านเอีย เราขอแนะนำ 2 โปรแกรมที่ไม่ควรพลาดในทริปของคุณ อย่างแรกเลยคือการชมตะวันตกดิน เพราะที่เกาะนี้คุณสามารถนั่งปิกนิกชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้อย่างเพลิดเพลิน หรือถ้าอยากชมทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่งขึ้นไปอีก การเช่าเรือออกไปบริเวณจุดชมวิวตะวันตกดินกลางน่านน้ำ เพื่อรอชมเวลาที่แสงสุดท้ายของพระอาทิตย์กระทบผิวน้ำก่อนหมดวัน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำได้นะ 

          ส่วนอีกสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดก็คือการแวะเข้าชมพิพิธภัณฑ์มารีไทม์ ซึ่งนำเอาแมนชั่นเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 มาดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์เรือ โดยเป็นสถานที่รวบรวมเครื่องใช้กับรูปภาพเกี่ยวกับการเดินเรือเก่า ๆ หายากต่าง ๆ รวมทั้งเรือของยุคก่อน และยังเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่อีกด้วย ใครที่เป็นแฟนศิลปะยุคเก่าจะพลาดไม่ได้เลยทีเดียว

          และนอกจากโปรแกรมที่เราแนะนำแล้ว หมู่บ้านเอียยังมีที่ท่องเที่ยวในเกาะอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น ท่าเรือแอมโมเดีย ที่เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลอร่อย และจุดชมวิวชั้นยอด ให้นักท่องเที่ยวได้ทานอาหารทะเลสด ๆ พร้อมชมวิวเพลิน ๆ อีกด้วย แถมถ้าใครชอบดำน้ำก็ยังสามารถเช่าเรือไปชมปะการังสวย ๆ ใต้ท้องทะเลได้อีกด้วย

          เรียกได้ว่าหากใครมีโอกาสได้ไปพิสูจน์ความงามของเมืองแสนสวยอย่างหมู่บ้านเอียด้วยตาตัวเอง ก็คงเป็นที่อิจฉาของเพื่อน ๆ แน่นอน ดังนั้นหากใครโชคดีได้ไปละก็ อย่าลืมถ่ายรูปสวย ๆ และนำเรื่องเล่าดี ๆ มาบอกต่อกันบ้างนะคะ



















กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน


สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปเที่ยวเเละทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวในเยอรมันหลายคนอาจรู้จักกันดีเลยค่ะ นั้นคือ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน







เที่ยวเบอร์ลิน Berlin เยอรมัน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง วัฒนธรรม และการคมนาคมก็ตาม ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่นี่ก็ไม่น้อยหน้าที่ไหนๆ ในโลก เพราะเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนติด ใน ของทวีปเลยทีเดียว นั่นก็เพราะเบอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ที่ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์มากมายค่ะ เบอร์ลินเป็นเมืองที่เคยผ่านมรสุมทุกยุคของเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็น สงคราม โรคระบาด หรือ ไฟไหม้ครั้งใหญ่ นั่นเลยทำให้เมืองนี้มีทั้งประวัติศาสตร์ สถานที่ สถาปัตยกรรมหลากหลายและล้ำค่า ชวนให้ตื่นตาตื่นใจไปทั่วทุกๆ มุมของเมืองอย่างแน่นอนค่า!

7 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเบอร์ลิน BERLIN เยอรมัน


1.เที่ยวกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall)


กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) หรือ Berliner Mauer  ถูกสร้างขึ้นเพื่อแบ่งแยกเบอร์ลินตะวันออกและเบอร์ลินตะวันตก ถ้าใครได้มาเบอร์ลินก็จะได้เห็นกำแพงที่กั้นแบ่งเขตแดนตั้งอยู่ในกลางเมืองเป็นแนวยาวกว่า 160 กิโลเมตรไปตามเขตพรหมแดนตะวันตกเลยละค่า จากการที่เยอรมนีพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ให้กับ ฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐ และสหภาพโซเวียต กำแพงจึงถูกสร้างขึ้นในวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1961 จนถึง 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 กำแพงเบอร์ลินถูกมองว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสงครามเย็น”

2.เที่ยวเช็กพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie)


เช็กพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) ด่านข้ามกำแพงเบอร์ลินในดินแดนการรักษาระหว่างเขตปกครองของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 22 กันยายน ค.ศ. 1961 หลังจากการเริ่มสร้างกำแพงเบอร์ลินได้เพียงไม่ถึง 5 สัปดาห์ ชื่อ Checkpoint Charlie มาจากการออกเสียงตัวอักษรสำหรับการสื่อสารวิทยุขององค์กร นาโต (NATO) หรือ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ เช่น Alpha, Bravo, Charlie ซึ่งสหรัฐอเมริกามีจุดตรวจข้ามพรมแดนที่ Helmstedt – Marienborn (Alpha) และ Dreilinden – Drewitz (Bravo) อีกสองจุดในเยอรมนี ซึ่ง Checkpoint Charlie เป็นจุดตรวจที่สามที่เปิดโดยฝ่ายพันธมิตรในกรุงเบอร์ลิน Checkpoint Charlie ไม่ใช่แค่สถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของสงครามเย็นอีกที่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ไว้เพื่อรำลึกถึงความพยายามอย่างมากและหลากหลายรูปแบบของคนที่ต้องการจะหลบนี้มาจากเบอร์ลินตะวันออก

ซึ่งปัจจุบันทหารของ Checkpoint Charlie ไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่เป็นนักแสดงที่มายืนโพสท่าให้คนถ่ายรูป และพลาดไม่ได้กับแลนมาร์คสำคัญที่ต้องแชะรูปเก็บไว้สักรูปนั่นก็คือ ป้าย “You are leaving the American sector” รวมถึงบริเวณรอบๆ ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และสินค้าแผงลอยให้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก เช่น หมวกทหารรัสเซีย หรือ ของที่เกี่ยวกับช่วงสงครามเย็นก็มีให้เลือกตามใจชอบเลยค่า ส่วนใครที่อยากรู้ประวัติเพิ่มก็สามารถไปได้ที่ Museum Haus Am Checkpoint Charlie ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นหนึ่งปีหลังจากกำแพงเบอร์ลินสร้างเสร็จ และได้ใช้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาตลอดจนถึงตอนนี้เลยค่า

3.เที่ยวประตูบรันเดนบูร์ก (Brandenburg)

ประตูบรันเดนบูร์ก อีกหนึ่งสัญลักษณ์เมืองเบอร์ลิน เป็นสัญลักษณ์ของการรวมชาติเยอรมัน มีการจัดงานและพิธีรำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งการเฉลิมฉลองอยู่ตลอด ทั้งปีใหม่ หรือเทศกาลเชียร์ฟุตบอล ตั้งอยู่ระหว่างอาคาร Reichstag และ Holocaust Memorial ซึ่งลักษณะของประตูบรันเดนบูร์กจะเป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่สร้างในสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก โดยจำลองแบบมาจากวิหาร Acropolis ในเอเธนส์ เพื่อใช้เป็นทางเข้าสู่ Unter den Linden ซึ่งเป็นถนนที่ใหญ่ที่สุดในเบอร์ลินค่ะ จุดนี้นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นและถ่ายรูปกันเยอมาก เพราะไม่เพียงแค่ความสวยของประตูเท่านั้นนะคะ ที่ดึงดูดใจ แต่เพราะว่าประตูบรันเดนบรูกส์นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ Friedrichstrasse ที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนแห่งการช้อปปิ้งของเบอร์ลินนั่นเองค่ะ คือเที่ยวเสร็จก็ไปเดินช้อปปิ้งและหาอาหารอร่อยๆ กินได้เลยค่ะ

4.เที่ยวอาคารรัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (The German Bundestag)


อาคารรัฐสภาเยอรมนี หรือ The German Bundestag เป็นรัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีที่ตั้งอยู่ในส่วนของอาคาร Reichstag ซึ่งเป็นอาคารที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดมของ Reichstag Berlin สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1894 ตามรูปแบบอาคารที่ได้รับการสร้างแบบจำลองตาม Memorial Hall ของเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งอาคาร Reichstag ทำหน้าที่เป็นที่ตั้งของรัฐสภาเยอรมัน และโดมกระจกรูปทรงกรวยที่ตั้งอยู่เหนือห้องอภิปรายนั้น จะสะท้อนแสงอยู่ตรงกลางของอาคาร และเป็นตัวนำแสงเข้าไปข้างในตัวอาคาร Reichstag  ว่ากันว่าแสงที่สะท้อนนั้นสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากแสงธรรมชาติของอาคารได้เลยทีเดียว นอกจากนั้นแล้วใครที่มาเยี่ยมชมที่นี่สามารถเห็นภาพขณะดำเนินการอภิปรายด้านความยุติธรรมของรัฐสภาด้านล่างได้สดๆ กันอย่างชัดเจนเลยค่า

5.เที่ยวอนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust: The Memorial to the Murdered Jews of Europe)


The Memorial to the Murdered Jews of Europe หรือ อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว สร้างเพื่อรำลึกถึงชาวยิวผู้บริสุทธิ์กว่า 6 ล้านคนที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ไร้ซึ่งมนุษยธรรม โดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีค่ะ ภายหลังทางรัฐสภาเยอรมันได้จัดตั้งอนุสรณ์นี้ขึ้น โดยจัดหาผู้ออกแบบจากผู้ที่ผ่านการเข้าแข่งขัน และผู้ชนะคือ สถาปนิกจากนิวยอร์กชื่อ Peter Eisenman เขาได้ออกแบบให้พื้นที่ 19,000 ตารางเมตร เป็นที่เปิดโล่งทั้งกลางวันและกลางคืนนี้ โดยการเทคอนกรีต 2,711 บล็อก ในความสูงที่ไม่เท่ากันบนพื้นที่ที่มีความเอียงลาด จะได้มองเห็นบล็อกคอนกรีตลักษณะคล้ายเป็นคลื่น เพื่อต้องการสื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชม ได้รับรู้ถึงช่วงเวลาของความรู้สึกหวาดกลัวในความไม่แน่นอน เหมือนที่ผู้บริสุทธิ์ชาวยิวเหล่านั้นต้องพบเจอนั่นเองค่ะ

6.เที่ยวเบอร์ลินโดม (Berlin Dom)



มหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral) และ เบอร์ลินโดม (Berlin Dom) เป็นที่ตั้งของโบสถ์โปรเตสแตนต์ที่สำคัญที่สุดของเมือง มีอายุมากกว่าศตวรรษ ตัวอาคารโบสถ์ตกแต่งอย่างประณีตด้วยสไตล์แบบบาโรกและเรอเนสซองซ์ แต๊น แตน แต้น !!! โดมใหญ่ตระง่านตระการตาใจกลางอาคาร นั่นคือ เบอร์ลินโดม (Berlin Dom) ศิลปกรรมที่โดดเด่น ประดับตกแต่งด้วยภาพโมเสกที่มีสีสันประกอบขึ้นจากแผ่นกระเบื้องมากกว่าหลายแสนชิ้น ตัวโดมนั้นมีสีฟ้าสดใสและปลายยอดสีเหลืองทองอร่าม ช่างน่าดึงดูดตายิ่งนัก ควรค่ากับการไปเยี่ยมชมมากๆ ค่า ถึงแม้ว่าโบสถ์แห่งนี้จะเป็นที่รู้จักในฐานะมหาวิหาร แต่ก็มีสถานะของเขตแพริช หรือที่คนไทยคาทอลิกเรียกว่าเขตวัดนั่นเองค่า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็น ศาลโบสถ์โฮห์เดนโซเลอร์เนอร์ราชวงศ์ผู้ปกครองของรัสเซีย และต่อมายังจักรพรรดิของเยอรมัน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้ขึ้นเป็นเขตแพริชชั้นสูงและมหาวิหาร แต่โบสถ์ก็ยังทำหน้าที่เป็นชุมชนให้กับชาวโปรเตสแตนต์ในเบอร์ลินและบริเวณโดยรอบจนทุกวันนี้ค่ะ
7.เที่ยวอเล็กซานเดอร์พลาทซ์ (Alexanderplatz)


ก่อนจะโบกมือลาเบอร์ลินและเยอรมนีกลับสู่เมืองไทย เราปิดท้ายกันที่อเล็กซานเดอร์พลาทซ์ จัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับแม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน นอกจากงนั้นที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางขนส่งมวลชนในเบอร์ลิน รวมไปถึงยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม และเป็นจุดชมเมืองที่สวยงามอีกด้วย เพราะฉะนั้นหากใครอยากจะช้อปปิ้งก่อนเดินทางกลับเมืองไทยต้องมาที่นี่เลยค่ะ หรือหากใครไม่ชอบการช้อปปิ้ง ที่นี่ก็มีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ให้ได้นั่งชิลล์ๆ ละเลียดอาหารเยอรมันแสนอร่อยไปพร้อมๆ กับการชมผู้คนที่เดินผ่านไปมา รวมถึงนั่งชมการแสดงของนักแสดงข้างถนนไปพร้อมๆ กับดื่มเบียร์เยอรมันแก้วโตแกล้มด้วยไส้กรอกเยอรมันรสชาติดีก็ดูจะเข้าท่าไม่เบา













วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์


สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปเที่ยวเเละทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ หลายคนอาจรู้จักกันดีเลยค่ะ นั้นคือ เมืองอัมสเตอร์ดัม

ประเทศเนเธอร์แลนด์



เมื่อพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจในยุโรป นอกจากปารีสกับลอนดอนแล้วก็ต้องมีอัมสเตอร์ดัมนี่แหละที่ตามมากันติดๆ อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ แม้ว่าอัมสเตอร์ดัมจะไม่ใช่เมืองใหญ่ที่มีตึกสูงระฟ้า แต่ก็เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักที่อยู่ริมคลอง การมาเที่ยวอัมสเตอร์ดัมนอกจากจะเดินเล่น นั่งเรือ หรือปั่นจักรยานชมเมืองแล้ว อัมสเตอร์ดัมยังมีที่เที่ยวสวยๆ งามๆ ให้เราได้ไปเที่ยวกันอีกมากมาย ฉะนั้นใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมสามารถตามลายแทงเอ็กซ์พีเดียมาได้เลย

10 ที่เที่ยวอัมสเตอร์ดัม เมืองเล็กๆที่มีชื่อเสียงอันดับโลก

1.จัตุรัสดัมสแควร์ (Dam Square)


เริ่มกันที่จัตุรัสดัมสแควร์ (Dam Square) จัตุรัสขนาดใหญ่ที่นับเป็นศูนย์กลางของเมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนๆ สามารถมาเดินเล่นพักผ่อน ทานอาหาร นั่งคาเฟ่ได้ที่บริเวณจัตุรัสดัมสแควร์ บริเวณจัตุรัสนั้นล้อมรอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวให้เพื่อนๆ ได้ไปชมมากมาย อย่างพระราชวังหลวงอัมสเตอร์ดัม (Royal Palace of Amsterdam) แลนด์มาร์คสำคัญอีกแห่งของอัมสเตอร์ดัม นอกจากนี้บริเวณจัตุรัสดัมสแควร์ (Dam Square) ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์แห่งชาติ (National Monument) ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

2.พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัม (Rijksmuseum)



พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัมเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมืองอัมสเตอร์ดัมและมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ ภายนอกของพิพิธภัณฑ์มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างโกธิคและเรเนซองส์ ส่วนภายในก็มีการจัดแสดงวัตถุโบราณ งานศิลปะ และงานสะสมจากยุคทองของเนเธอร์แลนด์มากมายที่รอให้เพื่อนๆ ได้แวะไปชม

3.บ้านของแอนน์ แฟรงค์ (Anne Frank House)



สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของอัมสเตอร์ดัมคงหนีไม่พ้นบ้านของแอนน์ แฟรงค์ เพื่อนๆ น่าจะคุ้นเคยกับชื่อของแอนน์ แฟรงค์กันมาบ้าง เธอเป็นเด็กหญิงชาวยิวที่เขียนเรื่องราวระหว่างที่เธอต้องหลบซ่อนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ลงในไดอารี่ และบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านหลังที่เธอและครอบครัวหลบซ่อนตัวอยู่นั่นเอง ที่นี่ภายในนั้นจัดแสดงเรื่องราวของแอนน์ แฟรงค์ แถมยังมีสมุดบันทึกที่เป็นฉบับลายมือของแอนน์ แฟรงค์จัดแสดงที่นี่ด้วย

4.พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ (Van Gogh Museum)



จะมีใครบ้างที่ไม่รู้จักแวนโก๊ะ ศิลปินชื่อดังระดับโลกที่มีสไตล์การวาดรูปที่เป็นเอกลักษณ์ และมีภาพเขียนชื่อดังก้องโลกมากมาย ที่อัมสเตอร์ดัมนี้เพื่อนๆ สามารถมาท่องเที่ยวยังพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ ซึ่งมีข้อมูลประวัติของแวนโก๊ะและมีภาพเขียนของแวนโก๊ะจัดแสดงอยู่จำนวนไม่น้อย โดยภาพดังๆ ของแวนโก๊ะที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ได้แก่ Vase with Sunflowers และ Bedroom in Arles นั่นเอง นอกเหนือจากนั้นยังมีภาพของศิลปินชื่อดังอื่นๆ เช่น ปอล โกแก๊ง (Paul Gauguin) และ โกลด มอแน (Claude Monet) จัดแสดงอีกด้วย

5.ตลาดขายดอกไม้ (Bloemenmarkt)



ตลาดขายดอกไม้แห่งนี้เป็นตลาดดอกไม้ลอยน้ำแห่งเดียวในโลก หลายคนที่มาเที่ยวต่างก็บอกว่าเป็นตลาดดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเลยอีกด้วย ที่นี่เพื่อนๆ สามารถมาเดินเล่นชมดอกไม้ เพื่อนๆ คนไหนอยากจะซื้อดอกไม้ไปเซอร์ไพรซ์แฟนระหว่างที่อยู่อัมสเตอร์ดัมก็สามารถมาเลือกซื้อได้ที่นี่ มีดอกไม้ให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ สวยๆ งามๆ ทั้งนั้น ไฮไลท์ก็คงหนีไม่พ้นดอกทิวลิปซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์นั่นเอง

6.ตลาดอัลแบร์ เคิพ (Albert Cuyp Market)



ตลาดอัลแบร์ เคิพเป็นสตรีทมาร์เก็ตชื่อดังของเนเธอร์แลนด์ เป็นสถานที่ที่เพื่อนๆ จะได้เห็นชาวเมืองอัมสเตอร์ดัมและนักท่องเที่ยวออกมาจับจ่ายซื้อของกัน ที่นี่เพื่อนๆ สามารถมาหาซื้อของได้ตั้งแต่ของกิน ผัก ผลไม้ ปลา ไปจนถึงเสื้อผ้า หรือจะเป็นของพื้นเมืองต่างๆ ที่คนนำมาขายกันก็มีให้เลือกดู นับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของอัมสเตอร์ดัมเลยทีเดียว

7.วอนเดลปาร์ค (Vondelpark)



มาดูสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเนเธอร์แลนด์กันบ้าง นี่คือวอนเดลปาร์ค สถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่โปรดของชาวเมือง กิจกรรมน่าสนใจที่เพื่อนๆ สามารถทำได้ที่นี่คือการขี่จักรยานรอบทะเลสาบ หรือใครจะหาซื้อแซนด์วิชไปนั่งกินในสวนก็ได้บรรยากาศไม่เบา นอกจากนี้ภายในสวนยังมีรูปปั้นปิกัสโซ่ให้เพื่อนๆ ได้ไปถ่ายรูปเก็บเป็นภาพความประทับใจได้อีกด้วย

8.หมู่บ้านกังหันลมโบราณซานเซอ สคานส์ (Zaanse Schans)



ออกมานอกตัวเมืองอัมสเตอร์ดัมกันบ้าง สถานที่แห่งนี้ก็คือหมู่บ้านกังหันลมโบราณซานเซอ สคานส์ ถ้าใครรักชนบทยุโรปจะต้องตกหลุมรักที่นี่อย่างแน่นอน เมื่อเพื่อนๆ เดินทางไปถึงจะได้เห็นบ้านกังหันลมสไตล์เฉพาะของเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ พร้อมมีทุ่งนาสีเขียวกับทุ่งหญ้ากว้าง บ้านเรือนแต่ละหลังก็เป็นสไตล์วินเทจสวยงาม บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังจริงๆ ที่เดินทางมา ยิ่งถ้าใครมาทันช่วงดอกทิวลิป จะได้ถ่ายภาพดอกทิวลิปขึ้นใกล้กับบ้านกังหันลม ยิ่งบ่งบอกความเป็นเนเธอร์แลนด์ได้ดีสุดๆ ไปเลย

9.จัตุรัสเลด์เซอะเปลน (Leidseplein)



จัตุรัสเลด์เซอะเปลนเป็นจัตุรัสที่ค่อนข้างมีคนเยอะและยุ่งตลอดเวลา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอัมสเตอร์ดัมใกล้กับสวนวอนเดลปาร์ค บริเวณนี้นับเป็นจุดศูนย์กลางการคมนามของอัมสเตอร์ดัม เพื่อนๆ สามารถมาขึ้นรถรางบริเวณนี้เพื่อเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแห่งในอัมสเตอร์ดัมได้ นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ยังมีร้านค้าและเป็นย่านที่เที่ยวกลางคืนชื่อดังอีกด้วย เรียกได้ว่าครึกครื้นทั้งวันทั้งคืนจริงๆ

10.ย่านโคมแดง (Red Light District)




ย่านโคมแดงเป็นอีกหนึ่งย่านชื่อดังของเนเธอร์แลนด์และของอัมสเตอร์ดัม บริเวณนี้จะมีตู้กระจกซึ่งนักท่องเที่ยวและชาวเมืองสามารถไปเดินดูเพื่อซื้อบริการหญิงสาว ชมบรรยากาศตอนกลางคืนที่ร่ำลือไปทั่วโลก แต่บริเวณนี้ไม่สามารถถ่ายรูปได้นะ หากใครไปเที่ยวก็ขอให้ระมัดระวังข้อนี้ด้วย




ที่มา:เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์



กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย


สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปเที่ยวเเละทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวไทย

 หลายคนอาจรู้จักกันดีเลยค่




 กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงและนครที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร และความเจริญของประเทศ เป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยามีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ทั้งหมด 1,568.737 ตร.กม. มีประชากรตามทะเบียนราษฎรกว่า 5 ล้านคน ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเอกนคร (Primate City) จัด มีผู้กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็น "เอกนครที่สุดในโลก" เพราะมีประชากรมากกว่านครที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ถึง 40 เท่า[2]

มหาวิทยาลัยลัฟเบอระ (Loughborough University) จัดกรุงเทพมหานครว่าเป็นนครโลกระดับแอลฟาลบ[3] กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของโลก[4] มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งวิมานเมฆ วัดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีแหล่งจับจ่ายใช้สอยและค้าขายที่สำคัญซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย โดยในปี พ.ศ. 2555 องค์กรการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ได้จัดอันดับกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีคนเดินทางเข้าเป็นอันดับที่ 10 ของโลกและเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย โดยมีคนเดินทางมากกว่า 26.5 ล้านคน[5] นอกจากนี้จากการจัดอันดับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด ประจำปี พ.ศ. 2557 กรุงเทพมหานครมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของนักท่องเที่ยวถึง 16.42 ล้านดอลลาร์ เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เท่านั้น[6]
กรุงเทพมหานครเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศไทย มิได้มีสถานะเป็นจังหวัด คำว่า "กรุงเทพมหานคร" นั้นยังใช้เรียกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครอีกด้วย กรุงเทพมหานครมีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง แต่ปัจจุบันผู้บริหารกรุงเทพมหานครมาจากการแต่งตั้ง


ในสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงเทพมหานครยังเป็นเพียงสถานีการค้าขนาดเล็กอยู่ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมามีขนาดเพิ่มขึ้นและเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง 2 แห่งคือ กรุงธนบุรี ในปี พ.ศ. 2311 และกรุงรัตนโกสินทร์ใน พ.ศ. 2325 กรุงเทพมหานครเป็นหัวใจของการทำให้ประเทศสยามทันสมัยและเป็นเวทีกลางของการต่อสู้ทางการเมืองของประเทศตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 20 นครเติบโตอย่างรวดเร็วและปัจจุบันมีผลกระทบสำคัญต่อการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สื่อและสังคมสมัยใหม่ของไทย ในช่วงที่การลงทุนในเอเชียรุ่งเรือง ทำให้บรรษัทข้ามชาติจำนวนมากเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาคในกรุงเทพมหานคร ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นกำลังหลักทางการเงินและธุรกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งและสาธารณสุขระหว่างประเทศและกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางศิลปะ แฟชัน และการบันเทิงในภูมิภาค อย่างไรก็ดี การเติบโตอย่างรวดเร็วของกรุงเทพมหานครขาดการวางผังเมือง ทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ ถนนที่จำกัดและการใช้รถส่วนบุคคลอย่างกว้างขวางส่งผลให้เกิดปัญหาจราจรติดขัด





การท่องเที่ยว

กรุงเทพมหานครเป็นจุดท่องเที่ยวจุดหนึ่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) วัดอรุณราชวราราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระที่นั่งอนันตสมาคม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนสีลมสยามสแควร์ มาดามทุซโซต์ กรุงเทพ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (เจริญกรุง)

ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า

ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในกรุงเทพมหานครเปิดใน พ.ศ. 2368 เมื่อ หลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิช (โรเบิร์ต ฮันเตอร์) ได้ขอพระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์พระบรมราชานุญาตให้เช่าที่ดินของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) สร้างอาคารสำนักงานและโรงเก็บสินค้าคนไทยสมัยนั้นเรียกว่า ห้างหันแตร[61] ปัจจุบัน ศูนย์การค้า เป็นที่นิยมมากกว่า ห้างสรรพสินค้า ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการพาณิชย์[ต้องการอ้างอิง] ศูนย์การค้าต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครได้สร้างรายได้ทั้งจาก ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ให้แก่กรุงเทพมหานครด้วย[47]โดยศูนย์การค้าที่เปิดทำการล่าสุด คือ ไอคอนสยาม ซึ่งจะเปิดในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 และในบริเวณจะมีตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

โรงภาพยนตร์


โรงภาพยนตร์ในกรุงเทพมหานครเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2440[62] ได้แก่ โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ โรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมกรุง เป็นโรงมหรสพแห่งแรกของเอเชียที่ใช้เครื่องปรับอากาศ[63] ปัจจุบัน โรงภาพยนตร์มักตั้งอยู่ในศูนย์การค้าต่าง ๆ

วัดและพระราชวัง


 ดูเพิ่มเติมที่: รายชื่อวัดในกรุงเทพมหานคร
ดูเพิ่มเติมที่: รายชื่อพระราชวังและวังในประเทศไทย



ที่มา:กรุงเทพมหานคร